หวย หวยออนไลน์ Jetsadabet

บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ resume แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ resume แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เขียน Resume กรณีมีประสบการณ์

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน เป็นอย่างไรบ้างครับ หลังจากติดตามคอลัมน์ของเราหลายตอนแล้ว ท่านได้รับความรู้อะไรเพิ่มเติมบ้างครับ เมื่อเข้าชม Website ของเราแล้วก็อย่าลืมติชมมาบ้างนะครับ


  • เอาละครับในตอนนี้ผมจะขอยกตัวอย่าง รูปแบบของประวัติย่อ (Resume) ในแบบที่ 1 มาให้ดูเป็นตัวอย่างเลยนะครับ แต่ก่อนอื่นก็ต้องขอบอกเสียก่อนนะครับว่า ตัวอย่างประวัติย่อในแบบที่ 1 นั้น โดยมากใช้ในกรณีที่ผู้สมัครมีประสบการณ์มาก่อน และรู้ตำแหน่งแน่นอนว่า ตนสมัครในตำแหน่งใด ดังนี้
    ตัวอย่างประวัติย่อที่ 1

    รูปถ่ายของคุณ
    THANAPOL CHADCHAIDEE
    50/100 Ramkhamhaeng Road
    Bangkapi, Bangkok 10240
    Telephone : 3735135

    Position sought : Accountant
    Education : 1985-1989 Thammasat University, Bachelor Degree (Accounting), Relevant
    Courses : Financial Accounting, Accounting for Planning and Control, Financial Statement Analysis, Auditing, Business Tax Law, Introduction to Computers.
    Experience : 1989 Assistant Auditor, Chaiyong Kehakit Co., Ltd. Present Kaelai, Nonthaburi Province.
    Special Qualifications : Good command of spoken and written English

    Personal : Age - 26


    Marital Status - Single


    Activities - Swimming, Sewing and Knitting.

    References : Asst. Prof. Thirawit Boonmak, Dean of the Faculty of Commerce and Accountancy,Thammasat University. Mr Chaiyong Plaimee, Managing Director, Chaiyong Kehakit Co.,Ltd. Kaelai, Nonthaburi Province. Tel.5802808.

  • อนึ่งคำว่า Position sought นั้นอาจจะใช้คำว่า Position applied for : ก็ได้ ครับแล้วผมก็ขอจบตอนที่ 16 เพียงเท่านี้ก่อนครับ คอยพบกันตอนต่อไป นะครับสวัสดีครับ 

  • ที่มา : http://www.nationejobs.com/content/tiptools/jobtips/template.php?conno=62

  • ประวัติย่อสำหรับเด็กจบใหม่

    ในการสมัครงาน ตำแหน่งเดียวกัน องค์กรเดียวกัน ของคนแต่ละคนไม่ได้หมายความว่า จะต้องใช้รูปแบบ การเขียนประวัติย่อ ในการสมัครงาน ของคนทุกคนจะเหมือนกัน แต่จำเป็นต้องเขียนใบสมัคร ให้เหมาะกับสถานะ ของตัวเอง

    พูดง่ายๆ ก็คือ คนมีประสบการณ์ ต้องเขียนใบสมัคร ของคนมีประสบการณ์ ส่วนเด็กจบใหม่ ที่ยังไม่มีประสบการณ์ ทำงานมาก่อน ก็ต้องใช้อีกรูปแบบหนึ่ง ที่เหมาะสมกว่า สำหรับในตอนที่แล้ว ผมได้ยกตัวอย่างประวัติย่อในแบบที่ 1 ซึ่งเหมาะสำหรับ ผู้ที่มีประสบการณ์ไปแล้ว มาคราวนี้เรามาดูประวัติย่อในแบบที่ 2 กันเลยครับ ตัวอย่างประวัติย่อที่ 2
    RESUME THANAPOL CHADCHAIDEE
    50/22 Sukhaphiban 3 Road
    Bangkok 10240
    Telephone 3735135

    CAREER OBJECTIVE : To design and implement programmed in broadcast journalism and to use my skills in communications to develop innovative television and radio dialogue.
    EXPERIENCE :
    COMMUNICATIONS- Helped edit university's magazine for one year.
    LEADERSHIP- Coordinated a fund-raising drive for an audio-visual club.
    BROADCAST JOURNALISM- Designed an educational programmed for children. Received award from the University Council.
    EDUCATION : Bachelor of Arts, 19 ........... University
    Major : Mass Communications
    Minor : Audio Visual
    PERSONAL
    INFORMATION : Birth date : 26 December 1956.
    Marital Status : Single
    Health : Excellent
    Interest : Reading, Stamp-collecting
    OTHER
    QUALIFICATIONS : Ability to type both Thai and English at 50 wpm. and 60 wpm. respectively.
    REFERENCES : Full references will be supplied on request.
    อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ตัวอย่างประวัติย่อในแบบที่ 2 นี้ โดยมากใช้กับ ผู้ที่เพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ และส่งจดหมายสมัครงาน ไปยังหน่วยงาน ที่ไม่ได้ประกาศรับ และตัวผู้สมัครเอง ก็ยังไม่ทราบว่า มีตำแหน่งงานใดว่างบ้าง เพียงแต่ระบุสายงาน ที่ตนต้องการทำไว้กว้างๆ เท่านั้น
    ครับ และผมก็ขอเรียนให้ทราบว่า ในตอนต่อไปนั้น เราจะเข้าเรื่องใหม่แล้วนะครับ นั่นก็คือ "เรื่องการสอบสัมภาษณ์งาน พร้อมทั้งเทคนิคต่างๆ" ขอให้ท่านผู้ที่เข้าชม Website ของเรา ติดตามกันต่อไปนะครับ สวัสดีครับ
    ที่มา:http://www.nationejobs.com/content/tiptools/jobtips/template.php?conno=64

    Electronic Resumes

    Resume อิเล็กทรอนิกส์ หรืออีกนัยหนึ่งคือ Resume ที่สามารถส่งทางอี-เมล์หรืออินเทอร์เน็ตได้ ความได้เปรียบของการใช้ Resume อิเล็กทรอนิกส์ ก็คือ คุณสามารถสมัครงานผ่านทางอี-เมล์หรือเวบไซต์ที่โพสอยู่ทั่วโลก โดยไม่จำเป็นต้องใช้แฟกซ์ หรือจดหมายให้ยุ่งยาก

    ถ้า Resume ของคุณอยู่ในคอมพิวเตอร์ หรือแผ่นฟลอปปี้ดิสก์ นั่นก็คือ คุณสามารถใช้ในรูปแบบ อิเล็กทรอนิกส์ได้แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าวิธีนี้ จะได้ประโยชน์มากที่สุด ถึงแม้ว่าระบบอี-เมล์ส่วนใหญ่ จะสามารถรับส่งไฟล์ attachment ได้ทั้งในรูปของ Word, Word Perfect, Quark หรือไฟล์อื่น ก็ตาม เพราะใคร หรือองค์กรใด ที่คุณต้องการส่งเอกสารดังกล่าว ไปให้นั้น อาจไม่ได้รับก็ได้ Plain text (หรือเรียกอีกอย่างว่า ASCII Text หรือ MS-DOS Text ที่ลงท้าย ด้วยอักษรสามตัว คือ .txt) อย่างไรก็ตามรูปแบบนี้ ก็สามารถเข้าถึงได้ทั่วทุกแห่ง และเป็นที่ต้องการ ในหลายกรณี
    การทำให้ Electronic Resumes สามารถเข้าถึงได้ทั่วทุกหนแห่งนั้น คุณควรทำตามขั้นตอนดังนี้

  • ใช้ word processing application ที่เป็นมาตรฐาน จากนั้นก็เขียนเรซูเม่ตามปกติ ควรรู้ว่า plain text format นั้นเป็นมาตรฐานมาก และใช้เปิดรูปแบบอื่นๆ อย่างสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย ตัวอักษรแบบหนา หรือเอียง ถ้าต้องการใช้ ควรใช้เครื่องหมายดอกจัน (*) เครื่องหมายบวก (+) และตัวอักษรตัวใหญ่ (กรณีที่เขียนเป็น ภาษาอังกฤษ) แทน และไม่ว่าอย่างไรเสียก็ควรแน่ใจ ด้วยว่า Resume ของคุณนั้นต้องอ่านออก ได้ง่ายไม่ว่าจะใช้รูปแบบใดก็ตาม


  • ถ้าสามารถใช้แอพพลิเคชั่น word processing ได้ คุณควรตั้งขอบ หรือมาร์จินไว้ที่ 0 และ 65 ตัวอักษร (หมายความว่าบรรทัด ที่ยาวที่สุดไม่เกิน 65 ตัวอักษร ก่อนเริ่มบรรทัดใหม่) ซึ่งทำให้ Resume ของคุณง่าย ต่อการอ่าน และที่สำคัญก็คือ ปลอดภัย ที่จะพิมพ์ออกมา (โดยไม่มีการตกหล่นใดๆ) อีกด้วย


  • การใช้คำสั่ง "บันทึก" (หรือถ้าคุณกำลังเปลี่ยนเอกสารจากที่อื่นก็คือคำสั่ง "บันทึกเป็น") โดยบันทึกเอกสารของคุณ เป็นเอกสาร ASCII หรือ MS-DOS Text จำไว้ว่าต้องใส่ .txt ลงไปในไฟล์ด้วย เช่น resume.txt

  • เมื่อคุณส่ง Electronic Resumes อย่าลืมทำดังนี้
    • บอกถึงที่มาที่คุณพบโฆษณางานดังกล่าว
    • ส่ง Resume และจดหมายสมัครงาน ไปในไฟล์เดียวกัน คุณสามารถทำได้โดยการพิมพ์ หรือ คัดลอกของเดิมมาใส่ไว้ ในที่ว่างก่อนหน้า Resume คุณยังสามารถ ส่งจดหมายสมัครงาน ไปทางอี-เมล์โดยมี Resume อิเล็กทรอนิกส์เป็น attachment file
    • ใช้ชื่อตำแหน่งงานและ/หรือแหล่งที่มาของงานเป็นชื่อเรื่องของข้อความของคุณ
    • ติดตามผลงานด้วยอี-เมล์หรือโทรศัพท์หนึ่งสัปดาห์ หรือกว่านั้นหลังจากที่คุณได้ส่งไปแล้ว 
    • ที่มา : http://www.nationejobs.com/content/tiptools/jobtips/template.php?conno=56

    วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2553

    Resume ที่ดีเป็นอย่างไร

    Resume เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทำให้คุณได้งานทำได้ ไม่ว่าจะเลิศเลอสักแค่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ Resume เรซูเม่ที่ดี จะช่วยดึงดูดความสนใจจากนายจ้างได้ เพราะจุดประสงค์ของ Resume ก็คือการทำให้ "ผลงานของคุณ" กับ "คุณสมบัติที่ว่าที่นายจ้างต้องการ" ใกล้เคียงกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เพราะถ้านายจ้างได้อ่านแล้ว เกิดชอบใจขึ้นมา ก็จะติดต่อนัดหมายคุณเพื่อสัมภาษณ์งาน

    Resume ก็เหมือน "โบรชัวร์" เล่มเล็กที่จะช่วยโปรโมทคุณ ดังนั้นคุณต้อง "โชว์" ให้ว่าที่นายจ้างของคุณ เห็นว่าคุณมีผลงานยอดเยี่ยมแค่ไหน และมีประสบการณ์อะไรบ้าง กลยุทธ์ที่คุณควรนำมาใช้คือการเน้นการบรรยายประสบการณ์และทักษะ ที่คาดว่านายจ้างกำลังมองหาอยู่พอดี
    Resume ยังเป็นตัวอย่างให้เห็นถึงทักษะ ในการสื่อสารและการจัดระบบของตัวคุณเอง Resume ที่ดี จะเป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่จะทำให้ว่าที่นายจ้างของคุณ รู้ว่าคุณจะเป็นลูกจ้าง ที่มีค่ามากแค่ไหน ในทำนองเดียวกัน Resume ที่ทำอย่างลวกๆ สุกเอาเผากินจะทำให้คุณหลุดออกจาก "ลู่วิ่ง" ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้นเลยด้วยซ้ำ
    มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับ Resume และการเขียน Resume ซึ่งบางครั้งก็อาจจะขัดแย้งกันบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้ว ก็ล้วนมีประโยชน์ทั้งนั้น
    คำแนะนำของเราคือ การหาหนังสือดีๆ เกี่ยวกับ Resume และ เรียนหลักการพื้นฐาน ในการเขียน Resume จากนั้นพยายามเลือกข้อมูลที่ "ใหม่" ให้ทันกระแสมากที่สุดเท่าที่จะหาได้ เพราะคำแนะนำเกี่ยวกับ Resume นั้นจะยึดกับสถานการณ์ปัจจุบันเสมอ
    อินเทอร์เน็ตก็มีคำแนะนำ และข้อมูลต่างๆ มากมายให้เลือกใช้ได้ฟรีๆ แต่ส่วนใหญ่ข้อมูลนั้น จะมีรายละเอียดน้อยกว่าหนังสือ 
    ที่มา : http://www.nationejobs.com/content/tiptools/jobtips/template.php?conno=26

    7 องค์ประกอบสำคัญของประวัติย่อ

    เนื้อหาของ ประวัติย่อ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าไม่ทราบเรื่องเหล่านี้แล้ว จะเขียน Resume ให้ดีได้ยาก
    ส่วนประกอบของประวัติย่อ
    1. หัวเรื่อง (Heading) ซึ่งประกอบด้วย ชื่อผู้เขียนโดยใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่ (Capital Letters) ซึ่งจะอยู่ด้านบนสุด ส่วนที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ ให้ใช้อักษรตัวพิมพ์เล็ก (Low case letters)
    2. จุดมุ่งหมาย (Objective) จุดมุ่งหมายหรือตำแหน่งที่ต้องการสมัคร (Career objective/Position sought) ถ้าต้องการสมัครในตำแหน่งใด ก็ให้ระบุชื่อตำแหน่งนั้น หรือไม่ก็อาจจะบอกเป็นสายงานที่ตนต้องการทำก็ได้
    3. การศึกษา (Education) เช่น จบจากไหน สาขาวิชาอะไร จบเมื่อไร แล้วให้ระบุการศึกษา จบมาล่าสุดไว้ก่อน กล่าวคือ อาจจะเรียงการศึกษา ชั้นสูงสุดไปถึงต่ำสุด ซึ่งโดยมากขั้นต่ำสุด ระบุแค่ชั้นมัธยม ไม่ต้องไปถึงชั้นประถม ผลการเรียนเป็นอย่างไร การศึกษาหลักสูตรพิเศษอื่นๆ มีอะไรบ้าง อะไรคือวิชาเอก (Major) วิชาโท (Minor) ส่วนปริญญาที่ได้รับ ก็ไม่ควรใช้คำย่อ ควรมีคำเต็มกำกับ และในกรณี ที่จบจากต่างประเทศ ก็ควรระบุประเทศ ที่จบการศึกษานั้นๆ มาด้วย เช่น Master of Business Administration (MBA), USA, (ปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจากประเทศสหรัฐอเมริกา)
      ส่วนการเขียนชื่อสถาบันการศึกษา และวิชาที่จบนั้น เราสามารถดูได้จากใบแสดงวุฒิ หรือผลการศึกษา ซึ่งอาจจะเป็น Degree Certificate, Transcript หรือ Mark Sheet ก็ได้ หรือถ้าเขียน เป็นภาษาอังกฤษไม่ถูก ก็อาจจะดูได้จากบทที่ 6 ของหนังสือเล่มนี้ หรือถามจากผู้ที่รู้ก็ได้
    4. ประสบการณ์ (Experience) ประสบการณ์ในการทำงานนั้น มีความสำคัญอย่างมากในการสมัครงาน เพราะนายจ้างสามารถใช้รายละเอียดเหล่านี้ นำไปพิจารณาเกี่ยวกับตัวผู้สมัครได้ว่า เหมาะสมกับงานในหน่วยงานของตนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วนักศึกษาจบใหม่ จะมีประสบการณ์น้อย หรือแทบไม่มีเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ควร ระบุงานที่เคยทำมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทำเต็มเวลา (Full-time) หรือทำไม่เต็มเวลา (Part-time) ก็ตาม หรือแม้แต่งานที่ทำโดยไม่มีค่าจ้างตอบแทนก็ตาม ซึ่งก็อาจจะเป็นกิจกรรมพิเศษ หรือกิจกรรมนอกหลักสูตร (Special-Activities Or Extra-curriculum activities) เช่น เคยเป็นผู้นำนักศึกษา หรือหัวหน้าทีมนักกีฬา เป็นต้น
      ในกรณีที่เคยทำงานเต็มเวลา (Full-time employment) มาก่อนก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงงานที่ทำไม่เต็มเวลา หรือกิจกรรมอื่นๆ มากนัก และควรบอกรายละเอียด ที่สำคัญของงานที่เคยทำคือ
      • วันเดือนปีที่เคยทำงาน (Date of employment)
      • ชื่อและที่อยู่ของสถานที่ว่าจ้าง (Company''s name and address)

    5. คุณสมบัติพิเศษ (Special Qualifications) เกี่ยวกับคุณสมบัติพิเศษนี้ไม่ได้บังคับว่าจะต้องมี ถ้าไม่มีคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ ก็ตัดออกไป คุณสมบัติพิเศษที่กล่าวถึงนี้ เช่น ความสามารถทางด้านภาษา ด้านการเขียน หรือขับรถยนต์ได้ รู้เส้นทางดี เป็นต้น
    6. รายละเอียดส่วนตัว (Personal Details) รายละเอียดส่วนตัวประกอบด้วย
      • Sex = เพศ
      • age = อายุ
      • Date of birth = วันเดือนปีเกิด
      • height = ความสูง
      • weight =น้ำหนัก
      • health = สุขภาพ (ใช้ good health หรือ Excellent)
      • address = ที่อยู่
      • Marital status = สถานภาพการสมรส (Married/Single) หรืออาจมีรายละเอียดเพิ่มเติม
      • religion = ศาสนา
      • Military status = สถานภาพทางทหาร
      • Place of birth = สถานที่เกิด
      • nationality = สัญชาติ
      • race = เชื้อชาติ
      และในส่วนนี้อาจจะเพิ่มงานอดิเรก (Hobbies) เข้ามาอีกก็ได้ถ้ามี เช่น ว่ายน้ำ (Swimming) ไต่เขา (Hiking) หรือสะสมแสตมป์ (Stamp-collecting) เป็นต้น
    7. บุคคลอ้างอิง (References) บุคคลที่เป็นนายจ้างเก่าของเรา จะเหมาะสมที่สุดสำหรับใช้เป็นบุคคลอ้างอิง แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะยังไม่ได้ออกจากงาน กลัวนายจ้างจะรู้ ก็อาจจะเปลี่ยนเป็น ครู อาจารย์ที่เคยสอน เพื่อนร่วมธุรกิจ หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่ต้องไม่ใช่ญาติ หรือเพื่อนสนิทของเรา และที่เรียกว่าบุคคลอ้างอิง อีกนัยหนึ่งก็คือ บุคคลที่จะสามารถ ตรวจสอบประวัติและความประพฤติของเราได้ และควรอ้างมา 2-3 ท่าน พร้อมทั้งที่อยู่ที่จะติดต่อได้ และอาชีพของเขาเหล่านั้น
    อนึ่งการส่งรายชื่อบุคคลอ้างอิงนั้น บางหน่วยงานก็ไม่ต้องการในขณะนั้น แต่บางหน่วยงาน ก็ต้องการในทันที ที่ยื่นจดหมายสมัครงาน แต่มีบางกรณี ที่เราไม่สามารถส่งรายชื่อบุคคลอ้างอิงได้ทันที อย่างไรก็ตาม สำหรับตอนนี้ผมขอจบไว้ เพียงเท่านี้ก่อนครับ...
    ที่มา :  http://www.nationejobs.com/content/tiptools/jobtips/template.php?conno=58

    3 รูปแบบของ Resume

    ประสบการณ์การทำงานของแต่ละคนนั้น มีหลากหลาย และแตกต่างกันไป ดังนั้นจึงไม่มี Resume แบบใดที่ "ดีที่สุด" สำหรับทุกคน แต่อย่างน้อยก็มีหลายวิธี ที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่า เป็นการเรียงร้อยข้อมูลเพื่อให้ Resume ของคุณ "โดดเด่น" มากที่สุด
    การเขียน Resume ที่นิยมพูดถึงกันบ่อยที่สุดมีอยู่ 2 แบบ นั่นคือแบบที่ "เรียงตามลำดับเวลา" (Chronological) และ "เรียงตามหน้าที่" (Functional) ทั้งสองแบบมีข้อได้เปรียบ เสียเปรียบในตัวเอง เมื่อถึงเวลาต้องนำเสนอข้อมูล
    สำหรับ รูปแบบที่สาม ซึ่งผสมทั้งสองแบบแรกไว้ด้วยกัน กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง ลองมาดูภาพรวมของแต่ละแบบ เพื่อที่คุณจะได้ตัดสินใจได้ว่าแบบไหนคือ Resume ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ 1. เรียงตามลำดับเวลา
    Resume แบบเรียงตามลำดับเวลา เป็นรูปแบบที่ธรรมดาที่สุด และนายจ้างก็ชอบมากที่สุดเหมือนกัน รูปแบบนี้จะเน้นไปที่ ประสบการณ์การทำงาน ประวัติการทำงานของผู้สมัคร จะต้องกลับกันกับลำดับเวลา นั่นคืองานล่าสุด จะต้องอยู่บนสุดในรายการ
    Resume แบบเรียงตามเวลาจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ถ้าประสบการณ์ทำงานของคุณ มีความเกี่ยวข้องกับงานที่สมัคร และคุณก็ต้องการอยู่ในอาชีพสายเดิมต่อไป ว่าที่นายจ้างจะสามารถเห็น ได้อย่างง่ายดาย ว่าคุณทำอะไรไปบ้าง คุณก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร และเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาอย่างไร
    ถึงแม้ว่ารูปแบบนี้จะเป็นที่นิยมมากก็ตาม แต่ก็มีเหตุผลบางอย่างที่ Resume แบบนี้อาจไม่ใช่สำหรับคุณ ถ้าคุณเพิ่งจะก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อเข้าสู่ชีวิตของการทำงาน Resume แบบนี้จะทำให้คุณเป็นผู้ "ขาดประสบการณ์" ไปทันที
    หรือถ้าคุณกำลังสมัครงานอีกครั้ง หลังจากที่หายไปเป็นเวลานาน ใน Resume แบบนี้จะบ่งชี้ได้อย่างดีว่าคุณอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร โดยมีรูโหว่ ในประวัติการทำงานของคุณ จะเป็นหลักฐาน และคุณก็อาจถูกถามถึงเหตุผลด้วย
    และในทำนองเดียวกัน ประวัติการทำงาน ที่เต็มไปด้วยงานระยะเวลาสั้นๆ อาจทำให้นายจ้างในอนาคตของคุณ สงสัยว่าคุณจะมีความสามารถ "ถูกจ้าง" ได้อีกหรือไม่ ประวัติการทำงานยาวๆ อยู่กับบริษัทเพียงแห่งเดียว อาจบอกอะไรเป็นนัยๆ ได้ เป็นต้นว่าคุณอาจรู้สึกอึดอัดใจที่จะทำงานต่อไป 2. แบบเรียงตามหน้าที่รับผิดชอบ
    Resume แบบนี้ไม่ได้เรียงตามลำดับเวลา แต่จะเน้นที่ทักษะ และผลงานของคุณ ประวัติการทำงานจะสรุปไว้ หรือหลีกเลี่ยงที่จะนำมารวมกัน ทักษะและประสบการณ์ตรงที่ผ่านมา (รวมถึงการศึกษา) จะนำมาไว้ตอนต้นของ Resume ซึ่งถูกจัดรวมไว้ เพื่อที่ว่าที่นายจ้างจะได้เห็นว่า ทักษะของคุณนั้น เกี่ยวกับตำแหน่งที่สมัครอย่างไร (ใน Resume แบบเรียงตามลำดับเวลา นายจ้างอาจแค่ดูที่งานที่คุณเคยทำมาก่อน เพื่อดูว่าคุณมีประสบการณ์ที่เขาต้องการ)
    Resume แบบนี้ อาจต้องใช้ความพยายาม ในการเขียนมากกว่า แต่คุณก็มีอิสระ ในการเน้นที่พรสวรรค์ของคุณ แทนที่จะเป็นประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา
    Resume แบบเรียงตามหน้าที่รับผิดชอบ จะช่วยคุณได้มาก หากคุณเคยดำรงตำแหน่งคล้ายๆ กันมาบ้าง ซึ่งจะทำให้คุณ "ตอกย้ำ" ทักษะของคุณได้มากกว่า การลงรายละเอียด ประวัติการทำงานที่ไม่จำเป็น
    แต่ Resume แบบเรียงตามหน้าที่นี้ อาจเพิ่มความสงสัยให้แก่นายจ้าง ว่าคุณกำลังปิดบังข้อมูลอะไรบางอย่าง ไม่ได้หมายความว่า Resume แบบเรียงตามหน้าที่ จะถูกละเลยหรือเป็น Resume ที่ไม่ได้ผล แต่นายจ้างที่กำลังมองหา ประวัติการทำงานที่โปร่งใส ชัดเจนอาจจะไม่ชอบ Resume รูปแบบนี้นัก โดยเฉพาะถ้าคุณใช้ เพื่อปิดบังประสบการณ์ หรือช่วงห่าง ระหว่างประวัติการทำงานของคุณ
    ถ้าคุณไม่มีปัญหาใดๆ ล่ะก็ จงใช้ Resume แบบเรียงตามลำดับเวลาจะดีกว่า ถ้าคุณยังชอบไอเดีย ของการเรียงตามหน้าที่ คุณอาจทำให้มันเป็นที่ยอมรับมากขึ้น โดยการรวมสองอย่างเข้าด้วยกัน 3. Resume แบบผสม
    Resume แบบนี้ก็คือ การนำ Resume แบบเรียงตามหน้าที่ โดยเพิ่มประวัติการทำงานเข้าไป ทักษะและผลงาน ยังคงนำมาไว้เป็นอันดับแรก จากนั้นตามด้วยประวัติการทำงาน คุณต้องบอกด้วยว่าทำงานที่ไหน เมื่อไหร่ และตำแหน่งอะไร
    Resume แบบนี้จะทำให้นายจ้างไม่ลำบากใจ ในประสบการณ์การทำงานของคุณ และยังคงทำให้คุณ สามารถเน้นความสามารถ และเน้นว่าคุณจะใช้ความสามารถนั้น กับงานที่คุณสมัครได้อย่างไร ในขณะที่เหล่านายจ้างทั้งหลาย ก็ยังคงชอบ Resume แบบเรียงตามลำดับเวลามากกว่า และ Resume แบบผสมผสาน ก็เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง 
    ที่มา: http://www.nationejobs.com/content/tiptools/jobtips/template.php?conno=42

    รายการบล็อกของฉัน